พระภิกษุสงฆ์ นักบวชและอุบาสิกา

หลวงพ่อ ปสนฺโน (พระเถระที่ปรึกษา)

หลวงพ่อปสนฺโนได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในปี ค.ศ. 1974 โดยมีพระครูญาณศิริวัฒนาเป็นพระอุปัชฌาย์ หนึ่งปีภายหลังจากที่ได้เข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ หลวงพ่อฯ มีโอกาสได้พบและได้รับอนุญาตให้ไปพำนักอาศัยและฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะอยู่กับหลวงพ่อชา ในเวลาต่อมาท่านได้ย้ายมาพำนักที่วัดป่านานาชาติและได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่านานาชาติในขณะที่ท่านมีอายุพรรษาได้ 9 พรรษา ในระหว่างที่ท่านปฏิบัติหน้าที่เจ้าอาวาส หลวงพ่อปสนฺโนได้พัฒนาวัดป่านานาชาติอย่างมาก ทั้งขยายพื้นที่วัดให้กว้างขวางใหญ่ขึ้นพร้อมกับสร้างชื่อเสียงวัดให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างไกล ตลอดเวลา 24 พรรษาที่หลวงพ่อปสนฺโนพำนักอยู่ในประเทศไทย ท่านได้ทำหน้าที่เผยแผ่พระศาสนาและฝึกอบรมการปฏิบัติธรรมะจนเป็นที่รู้จักและเคารพยกย่อง ท่านได้ย้ายมาปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดป่าอภัยคีรีร่วมกับอาจารย์อมโรในวันก่อนวันขึ้นปีใหม่ของปี ค.ศ. 1997 จนกระทั่งถึงปี ค.ศ. 2010 อาจารย์อมโรได้รับมอบหมายให้ไปปฏิบัติหน้าที่เป็นเจ้าอาวาสวัดอมราวดี ณ ประเทศอังกฤษ ในช่วงแปดปีต่อมาหลวงพ่อปสนฺโนเป็นเจ้าอาวาสวัดป่าอภัยคีรีเพียงลำพัง ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 2018 ท่านได้ก้าวลงจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดอภัยคีรีและเดินทางไปภาวนาและปลีกวิเวกในต่างประเทศเป็นเวลา 1 ปี หลังจากนั้นหลวงพ่อมีแผนจะกลับมาพำนัก ณ วัดอภัยคีรี เพื่อเป็นหลักและกำลังใจในการภาวนา และเพื่อให้คำปรึกษาต่างๆแก่คณะสงฆ์ โดยผู้ที่จะรับตำแหน่งเจ้าอาวาสของวัดอภัยคีรีต่อจากหลวงพ่อปสนฺโน คือพระอาจารย์กรุณาธัมโม และพระอาจารย์ญาณิโก (ครองตำแหน่งเจ้าอาวาสร่วมกัน)

อาจารย์ เสก (เสกสรร วรปญฺโญ)

อาจารย์เสกเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1973 ที่จังหวัดยโสธร ท่านได้มีคำถามในใจมาตั้งแต่เด็กว่าคนเราเกิดมาทำไม อยู่เพื่ออะไร และกำลังจะไปไหน เมื่อถึงจุดหนึ่งในการดำรงชีวิตโดยที่ไม่รู้จักตัวเอง หลังจากที่ท่านได้อ่านประวัติครูบาอาจารย์และศึกษาพระพุทธศาสนามาสักพักแล้ว ท่านได้ตัดสินใจบรรพชาและอุปสมบทในปี ค.ศ. 1998 ที่จังหวัดยโสธร โดยมีพระครูอุตรกิจโกศลเป็นพระอุปัชฌาย์ อาจารย์เสกได้เคยพักอาศัยและฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะอยู่ที่วัดหนองป่าพงและวัดสาขาหลายแห่ง และมีความเคารพนับถือหลวงพ่อเลี่ยม ฐิตธมฺโม เป็นครูบาอาจารย์

ปัจจุบันนี้อาจารย์เสกมีความรู้สึกว่า หนทางแห่งธรรมะนี้อาจจะช่วยในการแสวงหาคำตอบของคำถามเหล่านั้นได้ และท่านมีความรู้สึกกตัญญูต่อครูบาอาจารย์และหมู่คณะที่คอยช่วยเหลือและสนับสนุนให้ท่านมีกำลังใจในการเดินทาง คติธรรมประจำใจของอาจารย์เสกคือ “จะชนะอะไรใครอื่นหมื่นแสน ก็ไม่เท่าชนะใจตัวเอง”

อาจารย์ กรุณาธมฺโม

อาจารย์กรุณาธมฺโมเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1955 ที่นอร์ทแคโรไลนา ท่านได้ย้ายถิ่นอาศัยมาอยู่ที่เมืองซีแอตเทิลขณะที่มีอายุประมาณยี่สิบกว่าๆโดยมีอาชีพเป็นพยาบาล ณ ช่วงเวลานี้เองเป็นช่วงเวลาที่ท่านเริ่มหันมาสนใจพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาท ในปี ค.ศ. 1992 ท่านช่วยเป็นธุระจัดการ การมาเยือน Bay Area ของคณะนักบวช และช่วยเหลืออำนวยความสะดวกการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะในช่วงฤดูหนาวที่วัดอมราวดีเป็นระยะเวลา 2 เดือน ระหว่างการมาเยือนประเทศไทยในปี ค.ศ. 1995 ท่านตัดสินใจออกบวช และขอเป็นส่วนหนึ่งของคณะทำงานการก่อตั้งวัดป่าที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปัจจุบันคือวัดป่าอภัยคีรี ท่านได้ร่วมเดินทางมากับคณะบุกเบิกวัดป่าอภัยคีรีเมื่อวันที่ 1 เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1996 หลังจากออกบวชเป็นผ้าขาวและสามเณรได้ 2 ปี ท่านได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1998 โดยมีหลวงพ่อปสนฺโนเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากที่พระอาจารย์ปสนฺโนเกษียณตัวเองจากตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2018 พระอาจารย์กรุณาธัมโมและพระอาจารย์ญาณิโกจึงได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสร่วมกัน

อาจารย์ ญาณิโก

อาจารย์ญาณิโกมาจากทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอร์เนีย ในปี ค.ศ. 2001 ขณะที่ท่านอายุได้ 20 ปี ท่านได้มาฝึกปฏิบัติธรรมะที่วัดป่าอภัยคีรีและตัดสินใจออกบวชเป็นผ้าขาว ในปี ค.ศ. 2002 ท่านได้บรรพชาเป็นสามเณร และรับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในเดือนกรกฏาคม ค.ศ. 2003 อาจารย์ญาณิโกได้ฝึกปฏิบัติธรรมะกับหลวงพ่อปสนฺโนและอาจารย์อมโรที่วัดป่าอภัยคีรี และได้เดินทางไปศึกษาและปฏิบัติธรรมะที่ประเทศไทยเป็นระยะเวลากว่า 6 ปี หลังจากที่พระอาจารย์ปสนฺโนเกษียณตัวเองจากตำแหน่งเจ้าอาวาสในปี ค.ศ. 2018 พระอาจารย์กรุณาธัมโมและพระอาจารย์ญาณิโกจึงได้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสร่วมกัน

อาจารย์ กัสสโป

อาจารย์กัสสโปเกิดที่ประเทศเวียดนามและเติบโตในมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ท่านเริ่มสนใจในพระพุทธศาสนาเมื่อมาอาศัยอยู่ที่ลอสแอนเจลิสเมื่อปี 1998 หลังจากที่ได้เยี่ยมพำนักหลายวัด ท่านก็ลองหันมาใช้ชีวิตในวัดอย่างจริงจัง ณ วัดอภัยคีรี ท่านได้ร่วมเป็นสมาชิกอุปัฏฐากคณะสงฆ์วัดอภัยคีรีที่เข้ากรรมฐานฤดูหนาวปี 2005 ชึ่งเป็นช่วงเวลาที่ท่านตัดสินใจขอเข้ารับการอบรมเป็นอนาคาริก ท่านกลับมายังวัดอภัยคีรีเมื่อเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน เพื่อเริ่มการฝึกเป็นอนาคาริกและสามเณรเป็นเวลาสองปี และท่านก็ได้อุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2007 โดยมีพระอาจารย์ปสนฺโนเป็นพระอุปัชฌาย์ หลังจากศึกษาอบรมในประเทศไทยเป็นเวลาหนึ่งปี ท่านจึงเดินทางกลับสู่วัดอภัยคีรีในปี 2010

อาจารย์ จุนทะ

อาจารย์จุนทะเกิดและเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่อบอุ่น ที่เขตชานเมืองชิคาโก และได้ย้ายมาอาศัยอยู่ที่รัฐแคลิฟอร์เนียในปี ค.ศ. 1996 ท่านมีความสนใจในพระพุทธศาสนาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมปลาย ตลอดจนถึงสมัยเรียนปริญญาตรี ทำให้ท่านได้เดินทางไปยังเอเชียเพื่อแสวงหาธรรมะ และได้พบกับการฝึกสมาธิภาวนาในสายเถรวาท เมื่ออาจารย์จุนทะได้พบกับพระสงฆ์จากวัดอภัยคีรี ท่านได้เข้าใจแจ่มแจ้งยิ่งขึ้น ว่าการฝึกตนในเพศบรรพชิตนั้นจะทำให้ท่านดำรงชีวิตอย่างเปี่ยมไปด้วยปัญญา, ความสงบสุข, และความสันโดษอันลึกซึ้ง อาจารย์จุนทะได้ละทิ้งชีวิตฆราวาส และมาพักอาศัยและฝึกปฏิบัติธรรมะอยู่ที่วัดป่าอภัยคีรีตั้งแต่ช่วงปลายปี ค.ศ. 2005 ท่านได้ออกบวชเป็นผ้าขาวและสามเณรเป็นระยะเวลา 2 ปีก่อนเข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวันที่ 22 เดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 2008 ท่านฝึกตนอยู่กับหลวงพ่อปสนฺโน และพระอาจารย์อมโรเป็นระยะเวลา 8 ปี ก่อนที่จะย้ายไปวัดติสรณะ ในปีค.ศ. 2014 เพื่อฝึกตนกับหลวงพ่อวีรธัมโม หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 2017 ท่านได้เดินทางไปใช้ชีวิตตามวัดสาขาต่างๆในตะวันตก รวมทั้งวัดโพธิวันและธัมมคีรีในออสเตรเลีย วัดจิตตวิเวกในอังกฤษ และวัดสันตจิตตารามในอิตาลี อาจารย์จุนทะเดินทางกลับมาเพื่อพำนักที่วัดอภัยคีรีในเดือนมีนาคม ค.ศ. 2020

อาจารย์ ฐฺิตปญฺโญ

อาจารย์ฐฺิตปญฺโญเกิดในปี ค.ศ. 1983 ที่วอชิงตันดีซี และมีชีวิตในวัยเยาว์อยู่แถบชานเมืองใหญ่ ขณะที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับอุดมศึกษา ท่านเริ่มหันมาสนใจธรรมะ พร้อมทั้งเริ่มฝึกนั่งสมาธิและเข้าร่วมอบรมการปฏิบัติธรรมะ หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้วท่านตัดสินใจออกแสวงธรรมตามความมุ่งมาดปรารถนาโดยไปพักอาศัยและฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะอยู่ที่ Bhavana Society Forest Monastery and Meditation Center รัฐเวอร์จิเนียตะวันตก เป็นระยะเวลาประมาณหนึ่งปีกว่าๆ ต่อมาท่านออกค้นหาชีวิตความเป็นนักบวชตามวัดวาอารามต่างๆ เมื่อเดินทางมาถึงยังวัดป่าอภัยคีรี ท่านก็รู้สึกว่าได้พบสถานที่่ที่แสวงหาแล้ว จึงเข้ารับการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะและออกบวชเป็นผ้าขาวและสามเณรเป็นเวลา 2 ปี หลวงพ่อปสนฺโนและคณะสงฆ์วัดป่าอภัยคีรีมีมติให้ท่านเข้ารับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวันที่ 13 เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2009

ท่าน เปสโล

ท่านเปสโลเกิดในปี ค.ศ. 1978 ที่เมืองโตเกียว แต่มาเติบโตที่เมือง South Pasadena รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่กำลังศึกษาทางด้านการแสดง ที่มหาวิทยาลัยแห่งเมืองลอสแองเจลลิส (UCLA) ท่านได้พบหนังสือเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาบนชั้นหนังสือของเพื่อนและรู้สึกดื่มด่ำกับคำสอนโดยฉับพลันหลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ ทันทีที่จบการศึกษาท่านจึงรับคำเชิญให้เดินทางไปประเทศไทย และหลังจากที่ได้พบกับความสุขจากการเข้าอบรมปฏิบัติธรรมะเป็นเวลา 10 วัน ท่านได้พักอาศัยคลุกคลีอยู่ตามวัดวาอารามต่างๆทั้งที่ประเทศไทยและทางตอนใต้ของรัฐแคลิฟอร์เนีย ก่อนที่จะเข้าไปฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะที่วัดป่าอภัยคีรี ท่านใช้ชีวิตอยู่ที่เมืองเบิร์กลีย์ โดยมีอาชีพเป็นผู้อำนวยการของโครงการหลังเลิกเรียน ท่านเปสโลออกบวชเป็นผ้าขาวอยู่ 1 ปีและบรรพชาเป็นสามเณรอยู่อีกเกือบจะ 1 ปี จากนั้นก็ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุสงฆ์ในวันที่ 2 เดือนมิถุนายน ปี ค.ศ. 2012 โดยมีหลวงพ่อปสนฺโนเป็นพระอุปัชฌาย์

ท่าน ขันติโก

ท่านขันติโกเกิดในปี ค.ศ 1979 ในเมืองแนชวิลมลรัฐเทนเนสซี หลังจากเรียนจบท่านตัดสินใจจะออกบวชและได้มาวัดอภัยคีรีในเดือนธันวาคม 2012 ท่านได้บวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 5 พฤษภาคม ปี ค.ศ 2013 บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2014 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2015

ขณะนี้ ท่านขันติโกพำนักอยู่ที่สำนักสงฆ์แปซิฟิค ในเมือง White Salmon รัฐวอชิงตัน

ท่าน โกญฑัญโญ

ท่านโกญฑัญโญได้บวชเป็นผ้าขาวเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ค.ศ. 2014, บรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 2015, และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2016

ท่าน สัมปันโน

ท่านสัมปันโนเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1986 และเติบโตในมลรัฐมิชิแกนและมิซซูรี ในขณะที่ท่านกำลังเรียนที่มหาวิทยาลัยอินเดียน่า ท่านได้พบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าและการฝึกสมาธิ ทำใ้ห้ท่านพบเส้นทางใหม่ในการดำเนินชีวิต ท่านได้ฝึกปฏิบัติธรรมในขณะที่เป็นนักศึกษาและได้ตระหนักว่าการทุ่มเทกายใจให้แก่การปฏิบัติธรรมนั้นคือสิ่งที่มีประโยชน์และมีความหมายที่สุดที่ท่านจะสามารถทำได้ในชีวิตนี้ หลังจากที่เรียนจบแล้ว ท่านได้เดินทางไปเกาหลีใต้และบวชเป็นพระภิกษุในสายมหายานที่วัดซองวาสา ท่านได้ปฏิบัติธรรมอยู่ในเกาหลีเป็นเวลา 7 ปี และในขณะเดียวกันนั้นท่านก็ได้ศึกษาภาษาบาลีและพระวินัยไปด้วย ท่านโชคดีมากที่ได้พบคำสอนของครูบาอาจารย์ในสายพระอาจารย์ชา ท่านสัมปันโนได้เดินทางมาพำนักที่วัดอภัยคีรีในช่วงสั้นๆในฐานะพระอาคันตุกะ และได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจนทำให้ท่านย้อนกลับมาที่วัดนี้เพื่อขอบรรพชาอุปสมบทในสายเถรวาท ท่านสัมปันโนบรรพชาเป็นสามเณรในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2017

ขณะนี้ท่านสัมปันโนพำนักเป็นเวลา 1 พรรษา อยู่ที่ Temple Forest Monastery ในรัฐนิวแฮมป์เชียร์

ท่าน คุณวีโร

ท่านคุณวีโรเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1982 ในเขตเมืองลอสแองเจลิส ในปี ค.ศ. 2002 ท่านได้เริ่มฝึกสมาธิอย่างเอาจริงเอาจังหลังจากได้เข้ากรรมฐานในสายของท่านอาจารย์อุบาขิ่น ที่สอนโดยท่านอาจารย์โคเองก้า และท่านได้ปฏิบัติธรรมและอาสาช่วยงานในการเข้ากรรมฐานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่นั้นมา ท่านเคยทำงานในด้านสังคมสงเคราะห์, ทำงานให้กับรัฐบาลอเมริกา, และทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาระหว่างประเทศ ก่อนที่จะเข้าเรียนปริญญาเอกในด้านเศรษฐศาสตร์ ขณะที่เรียนใกล้จะจบปริญญาเอกนั้นท่านได้คิดพิจารณาการใช้ชีวิตสมณะ ซึ่งเป็นวิธีการลดละความทุกข์ในโลกและความทุกข์ในตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ท่านได้บวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 บรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2018

ท่าน ติสสโร

ท่านติสสโรเกิดที่เมืองเล็กๆที่ชื่อแฟร์โฮป ในมลรัฐอลาบามา ในทางตอนใต้ของสหรัฐอเมริกา ท่านและพี่น้องอีกสองคนเป็นลูกที่เกิดมาภายในครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยความรักและกำลังใจจากพ่อแม่ ซึ่งเป็นเหตุให้ท่านมีความเข้มแข็งและกล้าหาญในการก้าวออกจากโลกแห่งวัตถุนิยมอันไม่มีวันสิ้นสุด ไปสู่โลกแห่งความสงบสุขทางจิตใจของตนเอง ท่านได้เข้ากรรมฐานในสายท่านอาจารย์โคเองก้า และอาสาช่วยงานในการเข้ากรรมฐานในศูนย์โคเองก้าในแคลิฟอร์เนียเป็นเวลาห้าปี ก่อนที่จะได้มารู้จักวัดอภัยคีรี เมื่อมาที่วัดนี้ท่านรู้สึกมีความสุขมากที่ได้ค้นพบคณะสงฆ์ที่ดีงาม และได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวและเพื่อนๆในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะอนาคาริก ท่านได้บวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 7 พฤษภาคม ค.ศ. 2016 บรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ 6 พฤษภาคม ค.ศ. 2017 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2018

ท่าน รักขิโต

ท่านรักขิโต เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1961 ในมลรัฐนิวเจอร์ซีย์ และใช้ชีวิตในวัยผู้ใหญ่ในมลรัฐโอเรกอน เมื่อยังเยาว์วัย ท่านได้อ่านหนังสือเกี่ยวกับชีวิตสมณะและใฝ่ฝันที่จะมีชีวิตแบบนั้นบ้าง แต่ไม่สามารถทำได้ในขณะนั้น หลังจากที่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในโลกฆราวาสต่อมาอีกหลายปี ก็ได้อ่านหนังสือ “พระวัจนะของพระพุทธเจ้า” โดยท่านโพธิภิกขุ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจที่จะเดินตามแนวทางการใช้ชีวิตอย่างสมณะ แกรี่ (ชื่อในขณะนั้น) ได้มีโอกาสมาพบและกราบสักการะหลวงพ่อปสนฺโนและคณะสงฆ์ในสายพระป่าเถรวาทผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ณ วัดอภัยคีรี และพำนักที่นี่จนได้บวชเป็นอนาคาริกในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2016, บรรพชาเป็นสามเณรในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 2017, และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018

ท่าน จิตตปาโล

ท่านจิตตปาโลพบพระพุทธศาสนาขณะที่เดินทางไปเยือนประเทศไทย หลังจากเรียนจบมัธยมปลายในปี ค.ศ. 2011 ไรอั้น (ชื่อในขณะนั้น) เริ่มหันมาศึกษาพระพุทธศาสนาอย่างจริงจังในช่วงห้าปีต่อมา และดำเนินชีวิตตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อใช้ชีวิตอย่างมีความหมาย เป็นประโยชน์ และไม่เบียดเบียนผู้อื่น รวมทั้งตอบคำถามสำคัญของชีวิตด้วยว่า “ความสุขคืออะไรกันแน่?” ต่อมาได้มาอยู่ช่วยงานในช่วงเข้ากรรมฐานฤดูหนาวในปี ค.ศ. 2016 และได้รับแรงบันดาลใจอย่างมากจากคณะสงฆ์ จึงกลับมาสู่วัดอภัยคีรีอีกครั้งและบวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 7 เดือนพฤศจิกายน ของปีเดียวกันนั้นเอง ไรอั้นตระหนักดีว่า นี่เป็นโอกาสอันสำคัญและมีคุณค่ายิ่งต่อตนเอง และรู้สึกซาบซึ้งใจในความรักความเมตตาและการสนับสนุนจากครอบครัว เพื่อนๆ พร้อมทั้งครูบาอาจารย์ผู้อบรมสั่งสอนตลอดระยะเวลาหลายปี ซึ่งได้นำให้มายืนอยู่ที่นี่ในวันนี้

ท่านจิตตปาโลได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรในเดือนพฤศจิกายน 2017 และรับการอุปสมบทเป็นภิกษุเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2019

สามเณร โชติมนฺโต

สามเณรโชติมนฺโต เกิดเมื่อปี ค.ศ. 1990 และเติบโตในมลรัฐออเรกอน เข้าศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในปี ค.ศ. 2009 ที่วิทยาลัยลินฟีลด์ เมืองแมคมินวิล ออเรกอน โดยเลือกคณิตศาสตร์และการเขียนเชิงสร้างสรรค์เป็นวิชาเอก (โดยมิได้ตั้งเป้าหมายอะไรนอกไปจากการเสริมสร้างสติปัญญาที่มากับสาขาวิชาที่เรียน)

แล้วเหตุการณ์ก็พลิกผัน คงไม่น้อยไปกว่าความบังเอิญแห่งจักรวาล เมื่อเป็นนักศึกษาปีที่สาม สามเณรโชติมนฺโตได้ฟังเทศนาธรรมเป็นครั้งแรกในยูทูบ หลังจากเรียนธรรมะด้วยตนเอง (ส่วนมากทางยูทูบดังที่กล่าวมา) เขาก็นึกตัดสินใจฝึกสมาธิ หลังจากการฝึกสมาธิอยู่หลายเดือน ทำให้เกิดความมุ่งมั่นที่จะออกบวช ฉะนั้นเมื่อจบมหาวิทยาลัย จึงไปทำงานที่ร้านเซฟเวย์ในเมืองบ้านเกิด อาศัยอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ ฝึกฝนการยับยั้งในการใช้จ่าย เก็บออมรายได้จากงานไม่เต็มเวลาด้วยค่าจ้างขั้นต่ำ มาใช้คืนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาจนครบ เมื่อหมดหนี้สินแล้ว สามเณรโชติมนฺโตก็มุ่งหน้ามายังวัดอภัยคีรีโดยไม่รีรอ

สามเณรโชติมนฺโต ได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑

สามเณร ธมฺมวโร

สามเณรธมฺมวโรเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1987 ในครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่น ในเมืองออสติน มลรัฐเท็กซัส เมื่อเรียนจบปริญญาตรี เขามีความลังเลใจที่จะศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพการงาน แต่เขาโชคดีที่ได้มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวในทวีปเอเชียเมื่ออายุได้ 24 ปี ในขณะที่อยู่ในประเทศอินเดีย เขาได้เข้าคอร์สวิปัสสนากรรมฐานของท่านอาจารย์โคเอ็งก้าเป็นครั้งแรก และได้รับประสบการณ์ของความสงบทั้งภายนอกและภายในอันน่าประทับใจ จากนั้นเขาได้ค่อยๆฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน และใช้เวลาในศูนย์วิปัสสนาต่างๆ และเมื่อมีเวลาว่างก็จะเดินทางท่องเที่ยวหรือใช้เวลากับครอบครัว

เมื่อถึงเดือนเมษายน ปี ค.ศ. 2017 เขาคิดว่าเขารู้แล้วว่าชีวิตฆราวาสของเขาจะหันเหไปในทางใด เขารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณพระภิกษุท่านหนึ่งที่เขาได้ปรนนิบัติรับใช้ในขณะที่เข้าคอร์สวิปัสสนา 45 วัน พระรูปนี้ได้ทำให้เขาเปลี่ยนใจ เนื่องจากตัวของท่านเองได้ดำรงชีวิตสอดคล้องกับพระธรรมได้อย่างงดงาม และท่านเป็นแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ให้แก่เขา ทำให้เขาสนใจในการบรรพชาอุปสมบทมากขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อเขาเดินทางมาวัดอภัยคีรีครั้งแรก เขาได้รับอนุญาตให้พักอยู่เป็นเวลา 10 วัน เมื่อเวลาผ่านไปเขาได้ขอและได้รับอนุญาตให้อยู่ต่อเพิ่มอีกทีละนิด และเขาเริ่มมองไม่เห็นเหตุผลที่จะออกไปจากวัด และแม้ในขณะนี้ก็ยังถือว่าเป็นการมาอยู่วัดครั้งแรกของเขาอยู่ และเขาก็รู้สึกขอบคุณที่คณะสงฆ์เมตตาให้เขาอยู่ต่อและบวชเป็นสามเณรในวันนี้

สามเณร จันทสีโล

สามเณรจันทสีโลเกิดในมลรัฐวอชิงตัน ใช้ชีวิตการศึกษาในระดับประถมที่โรงเรียนในเมืองลองไอแลนด์ มลรัฐนิวยอร์ค และไปศึกษาระดับมัธยมต้นและปลายทางแถบนอกเมืองชิคาโกด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะเวลาช่วงที่ศึกษาระดับปริญญาตรีอยู่ในรั้วมหาวิทยาลัย เขาอ่านหนังสือเกี่ยวกับคำสอนของพระพุทธเจ้า จนเริ่มพัฒนาสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับธรรมะและมีความสนใจวิถีชีวิตนักบวช เขาจึงเริ่มเข้ากลุ่มฝึกสมาธิในพื้นที่ใกล้เคียง โชคดีมากที่ครั้งหนึ่งเขาได้มีโอกาสพบกับพระภิกษุสงฆ์จากวัดป่าอภัยคีรีรูปหนึ่งที่มาเยี่ยมพอดี เขาได้เดินทางไปวัดป่าอภัยคีรีครั้งแรกในเดือนพฤษภาคม ปี 2016 และได้พำนักอาศัยอยู่ที่วัดเป็นเวลา 10 วัน หลังจากนั้นก็ได้มีโอกาสกลับไปพำนักอาศัยอยู่ที่วัดเป็นระยะเวลายาวนานขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2017 ในปี 2018 เดือนพฤษภาคม เขาได้กลับมาที่วัดป่าอภัยคีรีอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับความตั้งใจว่าจะบวชเรียนฝึกฝนปฏิบัติธรรมเพื่อสร้างเหตุปัจจัยที่ดีที่สุดในการชำระล้างจิตใจให้บริสุทธิ์ ค้นหาสัจธรรมและความสุขที่แท้จริง

สามเณรจันทสีโลได้รับการบรรพชาเมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2019

อนาคาริก จอช

อนาคาริกจอช เกิดเมื่อ ค. ศ. 1987 และเติบโตขึ้นในเมืองเบอร์แบงค์ มลรัฐแคลิฟอร์เนีย ตอนที่เขาอายุ 19 ปี แม่ของเขาได้มอบหนังสือธรรมะให้แก่เขาเล่มหนึ่ง หลังจากที่อ่านหนังสือจบแล้ว เขาได้ทำงานและใช้ชีวิตอย่างสมถะที่ศูนย์ฝึกสมาธิกรรมฐานในทางตอนเหนือของมลรัฐโคโลราโด เป็นเวลาสามเดือน จอชได้ใช้ชีวิตและทำงานในศูนย์ฝึกสมาธิกรรมฐานหลายๆแห่ง และบางครั้งก็ได้เข้ากรรมฐานแบบปิดวาจาด้วย สิ่งเหล่านี้ทำให้เขาสนใจชีวิตนักบวชมากขึ้น เป็นโชคดีของจอชที่ได้พบพระภิกษุรูปหนึ่งระหว่างการเข้ากรรมฐาน และพระรูปนั้นได้แนะนำให้เขารู้จักกับวัดอภัยคีรี จอชได้มาช่วยงานในวัดอภัยคีรีในช่วงเข้ากรรมฐานหน้าหนาว ในปี ค. ศ. 2012 และได้บวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 28 เมษายนในปีนั้น แต่หลังจากใช้ชีวิตของอนาคาริกอยู่ในวัดอภัยคีรีเป็นเวลาหนึ่งปีเศษๆ จอชก็ได้เห็นว่าเขายังไม่พร้อมที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุในขณะนั้น เมื่อเขาออกมาใช้ชีวิตฆราวาส เขาได้พำนักอยู่ที่ศูนย์ปฏิบัติวิปัสสนาในเมืองซานตา ครูซ และได้เรียนหนังสือเต็มเวลาที่วิทยาลัยใกล้ๆนั้นด้วย แต่เขาก็ยังเกิดความคิดที่จะกลับไปใช้ชีวิตนักบวชอีกครั้ง จอชได้โอนหน่วยกิตไปเรียนที่มหาวิทยาลัยแห่งแคลิฟอร์เนียเบิร์กเล่ย์ และเรียนจบปริญญาตรีในด้านเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา แต่เขาก็ยังอยากกลับไปใช้ชีวิตนักบวชหลังจากที่เรียนจบ เพราะในขณะนั้นเขารู้สึกว่ามีความพร้อมมากขึ้น มีความเคารพศรัทธาในพระพุทธศาสนามากขึ้น และมีความรู้สึกขอบคุณต่อความเอาใจใส่และการสนับสนุนจากคณะสงฆ์ รวมถึงข้อวัตรต่างๆของวัดอภัยคีรี เขาจึงกลับมาที่วัดอภัยคีรีอีกในเดือนตุลาคม ค.ศ. 2018 เขาได้อยู่ช่วยวัดในช่วงกรรมฐานหน้าหนาวในปี ค.ศ. 2019 และบวชเป็นอนาคาริอีกครั้งในวันที่ 29 เมษายน ค.ศ. 2019 โดยมีความปลาบปลื้มใจว่า ในรอบเจ็ดปีที่ผ่านมา ชีวิตของเขาก็ได้เดินทางวนกลับมาที่จุดเดิมอีกครั้ง

Anagārika Aaron

In 2004, at the age of 19, Anagārika Aaron arrived at Abhayagiri and took up monastic training with Luang Por Pasanno and Luang Por Amaro, ordaining as a Bhikkhu in 2007. He was then known by the name of Ṭhitābho. In 2015, after eight years as a Bhikkhu, Aaron made the decision to leave the robes and return to lay life. He returned to Abhayagiri in 2020, feeling inspired to re-ordain as a Bhikkhu and continue his practice in an increasingly dedicated and focused manner. Aaron went forth as an Anagārika on May 6, 2020.

Anagārika Dave

A photojournalist for 15 years, Dave developed a stubborn discontent with human existence and sought solace in a range of spiritual and metaphysical genres. After taking a 10-day Vipassana course in 2016, he left his career and spent two years serving at meditation centers in the S.N Goenka tradition, hoping to exchange his camera lenses for the lens of Samadhi. During that time, he was fortunate to learn of the Thai Forest monastic lineage of Ajahn Chah and to be introduced to a monk from Abhayagiri. He first visited the monastery in August 2018 and then volunteered on successive winter retreats. Born to a Christian family on Christmas Day 1975, Dave got the auspicious opportunity for a religious re-birth on “Buddha Day” 2020, joining the monastic community as an Anāgārika under the full moon on Vesakha Puja - the holiday commemorating the birth, death and Awakening of Siddhattha Gotama. In these times of great uncertainty, he’s grateful to have found solace in the practice of harmlessness with the Abhayagiri community.

อุบาสิกา เดบบี้

ขณะที่อุบาสิกาเดบบี้เดินทางไปเยือนประเทศเนปาล, ธิเบต, และประเทศไทยในปี ค.ศ. 1987 ได้เกิดแรงบันดาลใจจากการที่ได้พบเห็นการอุทิศตนต่อพระพุทธศาสนาของชาวธิเบต จากนั้นได้เข้ารับการฝึกอบรมปฏิบัติธรรมะเป็นครั้งแรกที่ประเทศไทยด้วยความหวังที่จะเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ในระหว่างการเดินทางผ่านประเทศอังกฤษเพื่อกลับมายังประเทศสหรัฐอเมริกา อุบาสิกาเดบบี้ได้แวะเยือนวัดอมราวดี และได้ใช้ชีวิตอยู่ในวัดอมราวดีและวัดป่าจิตตวิเวกอยู่เกือบหนึ่งปีเพื่อทำความเข้าใจถึงหนทางสู่ความพ้นทุกข์ตามคำสอนทางพุทธศาสนา อุบาสิกาเดบบี้เป็นหนึ่งในคณะบุคคลผู้ก่อตั้งมูลนิธิสังฆปาละ และได้ย้ายมาพักอาศัยอย่างถาวรอยู่ในเขตพื้นที่ข้างเคียงกับวัดป่าอภัยคีรีในปี ค.ศ. 1998 ซึ่งต่อมาเจ้าของพื้นที่ข้างเคียงนี้ได้มอบที่ดินผืนดังกล่าวให้กับวัดป่าอภัยคีรีในปี ค.ศ. 2002

Traveling

ท่าน สุทธิโก

ท่านสุทธิโกเกิดในปี ค.ศ. 1986 ในเมืองโบลด์เดอร์ มลรัฐโคโลราโด และได้พบกับพระพุทธศาสนาตั้งแต่ยังเด็ก ท่านเคยนึกสงสัยเสมอว่าหลังความตายแล้วจะเป็นอย่างไร และได้รับการแนะนำจากพี่สาวให้เริ่มฝึกสมาธิเมื่ออายุ 20 ปี บางครั้งคนเราก็อาจจะต้องเผชิญกับความทุกข์อย่างแสนสาหัสก่อนที่จะสามารถทุ่มเทกายใจให้แก่ชีวิตสมณะได้ และท่านสุทธิโกเองก็ได้รับทั้งความสุขและความทุกข์ในชีวิต ระหว่างที่ท่านกำลังตัดสินใจจะเข้าเรียนในวิทยาลัยบัณฑิตศึกษา ท่านได้แวะมาพักที่วัดอภัยคีรีเป็นเวลาสามอาทิตย์ แล้วจึงได้ตัดสินใจว่าการออกบวชนั้นสำคัญกว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ท่านจะได้เรียนในวิทยาลัยเสียอีก ท่านจึงตั้งใจจะใช้ชีวิตสมณะโดยให้มีประโยชน์แก่โลกมากที่สุด และสร้างปัญหาแก่โลกให้น้อยที่สุด ท่านสุทธิโกบวชเป็นอนาคาริกในวันที่ 7 สิงหาคม ค.ศ. 2015 บรรพชาเป็นสามเณรในวันที่ 5 มิถุนายน ค.ศ. 2016 และอุปสมบทเป็นพระภิกษุในวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 2017

ขณะนี้ท่านสุทธิโกพำนักอยู่ที่ประเทศไทย